หลักการและเหตุผล

------จากปัญหาสิ่งแวดล้อมของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปส่วนหนึ่งมาจากการกำหนดนโยบายและแผนที่ขาดการวางกรอบทิศทางไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) ซึ่งควรเน้นการพัฒนาให้เกิดดุลยภาพ 4 ด้าน คือ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยี รวมถึงการพัฒนากระบวนการให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (stakeholders) เข้ามาร่วมตัดสินใจเลือกทิศทางการพัฒนานั้น ๆ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550

------ที่ผ่านมาการกำหนดนโยบายและแผนมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจเป็นหลักจึงทำให้เกิดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติปริมาณมากในการผลิตและปล่อยมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมมุ่งเน้นการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment: EIA) ระดับโครงการเท่านั้น จึงทำให้การพิจารณาและตัดสินใจขาดมุมมองในภาพรวมกล่าวคือมิได้พิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นพร้อมกันจากการพัฒนาหลายโครงการในเวลาเดียวกันและผลกระทบที่สะสม (Cumulative Impact) ในระยะยาว

------นอกจากนี้การพัฒนาระดับโครงการจะขึ้นอยู่กับการกำหนดแนวทางการพัฒนาและการดำเนินการของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเป็นหลัก รวมถึงการให้น้ำหนักการพัฒนาต่อเรื่องนั้น ๆ เฉพาะโครงการ
ซึ่งไม่เชื่อมโยงต่อเนื่องกับโครงการอื่น ๆ ทั้งในพื้นที่เดียวกันและ/หรือประเภท/ชนิดโครงการเดียวกันหรือคล้ายกันการพิจารณาและวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมระดับโครงการจึงไม่ครอบคลุมผลกระทบ
ที่จะเกิดขึ้นต่อการพัฒนาด้านอื่น ๆ ไปพร้อมกัน

------การประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) เป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะนำมาสู่การบูรณาการ ทั้งความคิดและการปฏิบัติการร่วมกันของหลายฝ่ายให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบและมีกระบวนการตัดสินใจจากหลายฝ่ายอย่างมีส่วนร่วมโดยมุ่งเป้าประสงค์ของการพัฒนาที่ยั่งยืนบนศักยภาพและเงื่อนไขของการพัฒนาในระยะยาวดังปรากฏในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 10 และแผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2550 - 2554 ที่มีข้อเสนอการพัฒนาสรุปได้  ดังนี้

------------(1)  แผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 (พ.ศ.2550-2554) ยุทธศาสตร์การพัฒนาบนฐานความหลากหลายทางชีวภาพ และการสร้างความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกล่าวถึงบทบาทภาครัฐในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี เพื่อยกระดับคุณภาพ และการพัฒนาที่ยั่งยืนให้พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการเพื่อลดมลพิษและควบคุมกิจกรรมที่จะส่งผลกระทบ ต่อคุณภาพชีวิต โดยผลักดันให้เกิดระบบประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment : SEA) ตั้งแต่ขั้นตอนของการกำหนดนโยบายแผนและการพัฒนาระดับพื้นที่อย่างสอดคล้องกับศักยภาพในการรองรับ และการบริหารจัดการมลพิษของพื้นที่

------------(2)  แผนจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2550 - 2554 ได้กล่าวถึงแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมใน 5 ปีข้างหน้าจะใช้หลักการจัดการข้อ 3 การระวังไว้ก่อน (precautionary principle) ซึ่งเป็นหลักการจัดการเชิงรุกที่เน้นหลักการป้องกันผลกระทบล่วงหน้า มีการสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะพื้นที่ที่มีระบบนิเวศที่เปราะบางโดยให้มีการคุ้มครองรวมทั้งมีการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (Strategic Environmental Assessment : SEA) ในขั้นการกำหนดนโยบาย โดยเฉพาะในกลยุทธ์ที่ 2

------ดังนั้น การพัฒนาการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์จึงเป็นการสร้างเครื่องมือและกลไกที่จะนำมาใช้เชื่อมประสานการทำงานของหลายฝ่ายเข้าด้วยกันเริ่มจากการกำหนดทิศทางการพัฒนาให้เกิดดุลยภาพทั้งสิ่งแวดล้อมเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีไปพร้อมกัน บนฐานกระบวนการที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ได้เข้ามาร่วมตัดสินใจเลือกทิศทางการพัฒนานั้น ๆ โดยมีพื้นฐานของการบริหารจัดการที่ดี (good governance) ความรับผิดรับชอบร่วมกัน (accountability) การพิจารณาฐานศักยภาพ เงื่อนไขบริบทต่าง ๆ และปฏิสัมพันธ์ทั้งทางบวกทางลบของการพัฒนา

------โครงการพัฒนาเหมืองแร่โปแตชเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบในวงกว้างและต้องการการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียในการพิจารณาตัดสินใจเลือกทิศทางการพัฒนาที่เหมาะสมสอดคล้องกับศักยภาพในการรองรับและการบริหารจัดการมลพิษของพื้นที่จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์

 

TIME

จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์

175190
วันนี้วันนี้285
เมื่อวานนนี้เมื่อวานนนี้278
ช่วงสัปดาห์นี้ช่วงสัปดาห์นี้563
ช่วงเดือนนี้ช่วงเดือนนี้5248
ทุกวันทุกวัน175190
เริ่มนับเมื่อ วันที่ 25 พฤษภาคม 2555